วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

อาสาพา(ตาม)ไป ตอนที่ 2 สร้างฝาย บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์


เมื่อวันที่ 16-17 พ.ย.56 ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าร่วมค่ายอาสาอีกครั้ง

“ค่ายอาสา พัฒนาลุ่มน้ำ”
เรียนรู้เรียนสร้าง กับผู้ใหญ่บ้านห้วยเกรียบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เป็นค่ายที่ใช้เวลารอมาเนิ่นนานกว่าจะมาถึง
เพราะสมัครกับเพื่อนไปตั้งแต่เดือนก่อนโน้น

เมื่อถึงวัน อาสาสมัครที่ไปร่วมก็ยังคงมีหน้าเดิมๆอยู่หลายคน
หน้าใหม่ที่ยังไม่เคยเจอก็เยอะ ซึ่งก็เป็นกลุ่มคนที่ทำค่ายอาสาสมัครอยู่แล้ว
สำหรับคนในวงการ ก็คงจะไม่ใช่บุคคลหน้าใหม่ เป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี
คิดว่าถ้าออกค่ายบ่อยๆ อาสาสมัครที่ไปคงมีแต่คนที่คุ้นเคยกันทุกคน

การเดินทางเช่นเคย นัดเจอที่ปั้ม ปตท.สนามเป้า
ซึ่งอยากจะถามคนจัดอยู่เหมือนกัน ทำไมค่ายหลายๆค่าย จึงนัดเจอกันที่นี่
มันสะดวกที่สุดแล้วหรอ?
ไม่ว่าจะไปภาคอีสานเหมือนครั้งก่อน หรือจะภาคใต้อย่างครั้งนี้ จุดรวมพลก็ยังคงเป็นสนามเป้า

เนื่องจากระยะทางกรุงเทพฯ – ประจวบฯ ใช้เวลาไม่นาน กว่าจะออกเดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศ(ธรรมชาติ) ก็ดึกไปเกือบๆเที่ยงคืน
ช่วงนี้มีพายุเข้า และอากาศเริ่มต่ำบ้างแล้ว
และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หนึ่งในนั้นก็คือ จ.ประจวบฯ
และก็เป็นอย่างที่พยากรอากาศได้บอกไว้ เมื่อถึงประจวบ ลงรถ ฝนก็ตกลงมาในบัดดล แต่อากาศก็ไม่ได้เย็นอย่างที่คิด แค่สบายๆ  ก็ดีแล้วไง
สถานที่พักคือบ้านผู้ใหญ่อ้อย บ้านห้วยเกรียบ
กินข้าว กล่าวต้อนรับ เล่นเกมส์นิดๆ ทำกิจกรรมหน่อยๆ บัดดี้ บัดเดอร์ ด้วย แล้วก็เดินทางไปสร้างฝาย ซึ่งอยู่ไม่ไกล

รอเล่นเกมส์.. ไรหึ๊?
พร้อม!!!!!




















การเดินทางคิดว่าจะต้องเดินเท้าเข้าไป แต่ไม่ต้องเลย ทางชาวบ้านได้จัดเตรียมรถสำหรับเข้าไปส่ง ทั้งคนและของให้เสร็จสรรพ

ในกิจกรรมสร้างฝาย ตอนแรกก็ยังงงๆว่า ต้องทำอะไรบ้าง เพราะไม่เคยสร้างฝายเลยสักครั้งในชีวิต ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรก
แล้วก็มีคนสั่งงาน ให้ช่วยกันแพ็คทรายใส่กระสอบไว้ ตอนแรกก็บอก 70% บ้าง หลังๆเอาแค่ครึ่ง
ความหนักหน่วง และฝนที่โปรยปรายมาตลอด สร้างความล้าและความเหน็ดเหนื่อยให้ไม่น้อยเลย
แต่ในเมื่อเราอาสามาทำแล้ว ก็ทำให้ถึงที่สุดอ่ะนะ
กระสอบทรายที่หนักๆ โยนโครมๆเลยค่ะ 555
กลายเป็นหญิงแกร่งไปโดยปริยาย

ขุดๆ ขนๆ







ทับๆ ถมๆ

นอกจากช่วยกันแพ็คกระสอบ ขนกระสอบ
ก็มีลุยน้ำมาช่วยมัดลวดทำคอกไม้ไผ่ด้วย
มัดยากไหม?
ไม่หรอก แค่ต้องระวังอย่าให้ปลายลวดทิ่มแทงนิ้วได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นสร้างแผลให้ตัวเองโดยไม่จำเป็น
มัดเอาให้แน่นสุดๆ เพราะฝายเราจะได้แข็งแรงๆ
และแล้วฝายของเราๆก็เสร็จ ใช้เวลาไปหนึ่งวันเต็ม (เป็นแบบกึ่งถาวร)

กลับมาถึงที่พักก็รีบอาบน้ำ แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง(บ้าน) เท่าที่จะสรรหามาได้
ของข้าพเจ้านี่แต่งแนว เด็กดอย แต่แก้มไม่สีชมพูนะ เนื่องจากหน้าซีดเป็นปกติ เอิ่กๆ
แต่งตัวรอเพื่อไปร่วมงานลอยกระทงที่วัดในหมู่บ้าน
แต่แล้วฝนก็ตก จึงกร่อยไปเลย
แต่ไม่เป็นไร เพราะสภาพร่างกายบอกว่า “นอนเหอะ ใช้งานกันมาเยอะแล้ว”

พลาดไม่ได้กับกิจกรรมนี้ .. จุดเทียน ร้องเพลง
ค่ำคืนนี้มีโอกาสได้นอนเต้นท์
เสียดายที่ไม่ได้กางใต้ท้องฟ้าที่มีหมู่ดาว
เพราะฝนตก เลยกางนอนกันในร่ม
ก็ไม่เป็นไร
หลับๆ ตื่นๆ ฝนตกทั้งคืน อากาศสบายๆ ไม่เหน็บหนาว

เช้าวันรุ่งขึ้นก็เตรียมพร้อมเดินทางกลับ
ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปที่บ้านกรูด
ไหว้พระมหาธาตุที่วัด...แยก
แล้วก็เดินทางกลับ มุ่งสู่ กทม.


จุ๊บๆ

หาดที่บ้านกรูด .. คลื่นสูง

เท่ห์ใช่ย่อย 555

กว่าจะได้ภาพนี้ (โดดมาแล้วกว่า 10 ครั้ง)

ขอพรพระมหาธาตุ

อ่อ ระหว่างทางมีเฉลยบัดดี้ บัดเดอร์ด้วย
และแล้วความบังเอิญก็เกิดกับข้าพเจ้าอีกครั้ง
บัดดี้ของข้าพเจ้า กลายเป็นบัดเดอร์ข้าพเจ้าด้วย
ถ้าเป็น ผช. ข้าพเจ้าคงจับเป็นเนื้อคู่ล่ะ 555

ของข้าพเจ้าที่เขียน
“ทำและเป็นในสิ่งที่รัก แล้วจะพบกับความสุขที่ยั่งยืน”
โจทย์ “มิตรภาพ”

ของบัดดี้ น้องดา
“สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ”
โจทย์ “ช่วงเวลาแห่งความสุข”


ขอบคุณอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ได้ไปค่าย
ผู้จัดกิจกรรม
ผู้ใหญ่บ้าน
ชาวอาสา
คำเชิญ+ไซโคหน่อยๆจากไอ่หมาน้อย (ไม่งั้นคงไม่ได้ไป)
โอทีที่ทำให้มีวันหยุด ได้มีช่วงเวลาดีๆ ทำอะไรๆให้มีความหมายบ้าง
ที่สำคัญสุดๆ
ขอบคุณใจข้าพเจ้าที่ตัดสินใจเข้าร่วมค่าย
ขอบคุณตัวข้าพเจ้าที่มีแรงกาย ทุ่มเททำงานได้เต็มที่



ถามว่าเหนื่อยไหม?
เหนื่อย
ล้า
ได้แผลถลอก
ปวดข้อนิ้ว นิ้วระบม
ปวดหลัง เหมือนหลังจะหัก ก้มๆเงยๆก็ โอยๆ
ปวดแขน ทำอะไรๆ เป็นต้องเกร็ง
ปวดขา ทำให้เดินเยาะแยะ

แต่ตอนทำรุสึกไหม?
ไม่อ่ะ
มันส์ดี  555 :P

ความสำเร็จของเรา




-หน้ากลม-

กับวันอาสา


วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ออกพรรษา

"ออกพรรษา"


เสาร์ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมาออกพรรษาแล้ว

แต่เพราะยังต้องทำงานก็เลยไม่ได้ทำบุญ

แต่ก็ยังได้กลับไปตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นวันถัดจากวันออกพรรษา

ปีนี้ตักบาตรที่บ้าน วัดบ้านหนองตะไก้

พระไม่เยอะ แต่คนเยอะมาก เต็มศาลาเลย

แม่ พี่ๆ น้องๆ และข้าพเจ้า ก็แอบแทรกไปหาที่นักจนได้

วัดที่นี่ ส่วนของข้าวสารที่ชาวบ้านเอามาตักบาตร จะมัดใส่ถึงเป็นกิโลๆ เพื่อขายและเปลี่ยนเป็นเงิน

ที่บ้านของข้าพเจ้าซื้อมา 40 กิโลกรัม 800 บาทถ้วน

เห็นขนาดนี้ไม่ได้ว่าซื้อมาเยอะนะ เพราะซื้อเผื่อไว้ให้ป้า น้า และยายด้วย แบ่งๆกันไว้ใช้

ที่บ้านไม่ได้ทำนามานานแล้ว จึงไม่มีข้าวไว้ให้กิน ซื้อกินเอา ซึ่งข้าวก็ขึ้นเอาๆ


กลับจากวัดก็ไม่ได้ทำอะไร

นั่งเล่นคุยกับพี่ กับแม่ กับพ่อ กับยาย เล่นกับหลาน เรื่อยๆ

จนบ่าย น้าก็ชวนกินส้มตำ ที่ตำกันกันเองหลังบ้าง

อร่อย แซ่บเว่อร์

แล้วหนึ่งวันก็หมดไป

แต่หมดไปอย่างคุ้มค่า เพราะเวลานี้คือเวลาของครอบครัว

หนูรอพระม่ะไหวแล้วนะคะ .. ขอเล่นก่อนแล้วกันนะ

ข้าว(สาร)ของหนู


คุณแม่ กะคุณยาย นั่งรอใส่บาตร







แซ่บเว่อออร์

..

มาถึงวันที่จะกลับมาทำงาน

มาเผชิญโลกความจริง ของการทำงาน

ข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้ไปตักบาตรพระจำนวนหมู่มากอีก

ที่วัดป่าสมบูรณ์ หรือ วัดส่าเลือดที่คนพื้นที่รู้จักกันดี

เพราะมีพระเข้าปริวาส พร้อมๆกับแม่ขาวด้วย (ยายก็ไป)

จำนวนจึงค่อนข้างจะเยอะ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มาก เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

เมื่อก่อนสมัยเรียนมัธยมต้น ที่มาใส่ข้าวสุก ใส่แทบไม่ต้องได้เงยหน้ามองอะไรกันเลยทีเดียว

ได้แต่ก้มหน้าก้มตา ตักข้าวให้ทันบาตรพระท่านที่เดินผ่านมา

แต่สุดท้ายต่อให้ก้มหน้าก้มตาเท่าไหร่ ก็ยังมีพลาดไม่ได้ใส่พระบางรูปจนได้

สมัยนั้นพระท่านมากันเยอะมาก

ปีหลังๆที่ว่าเยอะแล้ว จึงน้อยไปถนัดตา

หรืออาจจะเพราะเป็นวันแรกอยู่ก็เป็นได้



สาธุๆ นี่แค่วันแรก

ตั้งแถวรอ



อิ่มบุญ

อิ่มท้อง

อิ่มกาย

อิ่มใจ


ขอความสงบมาสู่จิตใจของข้าพเจ้า

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

อาสาพา(ตาม)ไป ตอนที่ 1 ฮัก บ้านโฮมฮัก


หากลบช่วงเวลาของครอบครัวไป

อาทิตย์นี้

เป็นอาทิตย์แรก

เป็นครั้งแรก

ที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตัวเองได้ใช้เวลาได้มีความหมายมาก

กับการไปเยือนบ้านโฮมฮัก ยโสธรในครั้งนี้


ข้าพเจ้าอาจไม่ได้มีความลึกซึ้งเหมือนใครๆหลายคน

ข้าพเจ้าอาจยังห่างไกลความเป็นอาสา

หากแต่ข้าพเจ้าคือสมัคร หัดเดิน และก้าวขาเข้าสู่การมีชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง


ดังโครงการนี้ "วันอาทิตย์มีความหมาย" ที่ข้าพเจ้าได้ตั้งให้ตัวเอง และเตือนตัวเอง ถึงการมีชีวิต

แรกสุดไม่ได้รวมถึงการทำอะไรๆเพื่อสังคม

แต่หมายถึงการเข้าวัด ซึ่งสิ่งที่ทำนั้น มันก็เพื่อตัวของข้าพเจ้าเอง

ข้าพเจ้าเองคิดแค่ว่า การเข้าวัดทำบุญ แค่นั้นก็มีความหมายมากมายแล้ว

หากแต่วันนี้ ข้าพเจ้ากลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นอีกแล้ว

ข้าพเจ้าทำอะไรๆเพื่อตัวเองมาเยอะแล้ว

ทั้งการมีชีวิตที่เรียบง่าย

การพานพบอุปสรรคและผ่านไป ทั้งด้วยตัวเองและคนรอบข้างให้การช่วยเหลือ

ความสุข ที่หามาให้ตัวเอง ไม่ว่าจะความสบาย ความพร้อม ความต้องการ

ข้าพเจ้าหามาให้ตัวเองก็ถือว่าเยอะแล้ว

ไอ่บรรยาสิ่งที่จะนำมาสนองกับความต้องการ ตัณหาของตัวเอง

ไม่เคยมีคำว่า "พอ"

ได้คืบ ก็จะเอาศอกเสมอๆ

บรรลุความต้องการหนึ่งอย่าง ก็จะยังคงสรรหาอย่างใหม่เข้ามาทดแทน

ข้าพเจ้าใช่ว่าจะตัดทิ้งความต้องการของตัวเองออกไป

หากแต่อาจจะต้องลด ความสำคัญ ของมันลงไปบ้าง

หากยังหายใจ สิ่งเหล่านี้หาเมือ่ไหร่ก็ได้

นั่นล่ะ ข้าพเจ้าให้ตัวเองมาเยอะแล้ว ถามว่าพอไหม? ก็ยังหรอก จนกว่าจะบรรลุ


แล้ววันหนึ่ง ไม่รู้ว่าด้วยอะไร หรือใคร

ข้าพเจ้าก็ได้สมัครค่ายอาสาอุ่นไอ ใจร้อยใจนี้ไป

ข้าพเจ้าสมัคร แบบไม่ได้คิดถึงว่าจะไปทำอะไรบ้าง

หากแต่กรอกใบสมัครไป แบบว่า "คงไม่ติดหรอก"

แต่แล้ว ก็ติด

พอติดก็มีคิดว่าจะไปหรือไม่ไปอีก

แต่ด้วยความเป็นค่ายอาสาที่ไปมอบความรักให้เด็กที่บ้านโฮมฮัก

เป็นค่ายที่ได้ไปด้วยการเลือกแล้วของคณะทำงาน (หรืออาจจะสุ่ม)

ข้าพเจ้าก็ไม่กล้าที่จะ ไม่ตอบรับการเข้าร่วม

ข้าพเจ้าคิดอยู่หลายวัน จัดสรรเรื่องเงินเรื่องงาน

จนแล้วแค่อึดใจ ที่ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความรักจากใครคนหนึ่ง

ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจว่า "ฉันจะไป"

แล้วก็รีบคอนเฟิร์มการเข้าร่วม ก่อนที่จะเกิดการโลเลอีกครั้ง

ข้าพเจ้าไม่ได้คิดอะไรที่ลึกซึ้งไปมากกว่า ทำชีวิตตัวเองให้มีความหมาย


แล้ววันเดินทางก็มาถึง

ข้าพเจ้าเลิกงาน 5 โมงเย็น ซึ่งอาบน้ำก่อนแล้วที่ออฟฟิตเมื่อ4ครึ่งจึงออกเดินทางเข้ากทม.ได้เร็วกว่าที่คิดไว้ นั่นคือ เพียงแค่ 1 ชั่วโมงของการเดินทาง ข้าพเจ้าก็ถึงจุดหมาย

ปตท. สนามเป้า นั่นคือจุดรวมพล

พาหนะสำหรับเดินทางคือ รถบัสพัดลม

ผิดคาด แต่ก็ ไม่เกินกว่าที่จะเป็นไปไม่ได้

และก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย เพราะเมื่อก่อนเราก็นั่งรถพัดลม

การเดินทางยาวนาน 9 ชั่วโมง

ความเมื่อยล้าจากการเดินทาง

ความอ่อนล้าจากการไม่ได้นอน(นอนหลับเลยสิ ชั๊กกะตุ๊กๆ)

แต่ก็นั่นล่ะ มันก็ยังไม่ได้เป็นอุปสรรคมากมาย ในการทำกิจกรรม

ซึ่งนั่นคือจุดประสงค์ของการออกค่ายในครั้งนี้

คือรู้อยู่แล้วว่าต้องเหนื่อย แต่ก็มา


ข้าพเจ้าไม่เล่ารายละเอียดถึงสิ่งต่างๆ กิจกรรมต่างๆที่อยู่ในค่าย

หากแต่สรุปย่อๆได้ว่า

เด็กที่นั่น ทุกคนดูแข็งแรง และปกติดี


ข้าพเจ้าเล่นกับเด็ก กอดเขา หยอกเขา

ข้าพเจ้าอยู่ปะปนกับเขา

จนลืมไปสนิทว่า เขามีปัญหาด้านสุขภาพเช่นไร

เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกคือ

พวกเขาคือเด็กปกติ


ข้าพเจ้าไปมอบความรักให้เขา

หากแต่ ข้าพเจ้าเองก็ได้ความอบอุ่นกลับมา


การช่วยเหลือใครสักคน

การทำอะไรๆเพื่อใครสักคน

ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เรารัก

ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในครอบครัว

(เพราะคนเหล่านั้นเราทำให้อยู่แล้ว)

การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

"มันปิติแท้น่อ"



ข้าพเจ้าเหนื่อยจากการเดินทาง

ข้าพเจ้าล้าจากการไม่ได้นอน

แต่กลับรู้สึก อุ่นๆในหัวใจ


ขอบคุณที่มอบความอบอุ่นให้กัน

ฮักนะ บ้านโฮมฮัก


ข้าพเจ้าเดินผ่านก้าวแรกมาแล้ว
และจะมีก้าวต่อๆไป
เพื่อใครหลายๆคน



วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

เข้าป่า ที่วัดป่าอัมพวัน

สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ

อาทิตย์นี้ข้าพเจ้าได้เปลี่ยนบรรยากาศสถานที่ทำบุญ เป็นเข้าป่ากันบ้าง
วันนี้ตื่นแต่เช้า(กว่าไปทำงาน) ไปวัดป่าอัมพวัน ชลบุรีกันค่ะ
ทางไปนี่อยู่เส้นทางไปบ้านบึง แต่ถ้าไปไม่ถูกถามอากู๋เกิลหรือเข้าเว็บของวัดก็บอกทางได้ค่ะ ไม่มีหลง

วันนี้ตื่นแต่เช้า แวะซื้ออาหารไปถวายวัดที่ตลาดระหว่างไปวัด
ตอนที่พี่บอกว่าจะพาไปวัดป่าอัมพวัน บอกว่าต้องเข้าไปในป่า ไม่คิดว่าจะป่า ภูเขาล้อมรอบขนาดนี้

วันนี้ไปสายหน่อย แต่ก็ได้ทำบุญอ่ะนะ
ไปทำบุญถวายอาหาร
ล้างจาน
ให้อาหารปลา
และก็ได้หนังสือธรรมะของหลวงพ่อจันดีกลับมาด้วย
ซึมซับบรรยากาศ แม่น้ำ ภูเขา
พร้อมๆกับความเงียบ สงบ




พระสงฆ์กำลังเดินต่อแถวเข้าไปตักอาหารที่ญาตโยมนำมาถวายใส่บาตร สำหรับฉันท์


ครูบาฯ
สาธุ!!


ธรรมะ ใน สวนธรรม

ไก่พันธุ์ ไม้ไผ่ รึป่าว 555



น้ำ(ไหล)นิ่ง

แค่ชอบสีเขียวของใบไม้อ่อน

สูงๆ

ป. นานแบบ

อนุสรณ์สถาน

พระโพธิญาณเถร

หลวงพ่อชา


ปาปารัสซี่ ฝูงผีเสื้อ
ขอความสงบมาสู่จิตใจท่านทุกคน

สาธุ

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

งานแต่งเจ้แพรว



อาทิตย์นี้ข้าพเจ้าไม่ได้ไปวัด หรือไปทำประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร

นั่นเหตุผลเพราะ

เมื่อวันศุกร์หลังเลิกงานข้าพเจ้าเดินทางกลับบ้านที่โคราช

เพื่อร่วมงานแต่งของเจ้แพรว รุ่นพี่รุ่นน้องทางพ่อ

ก็ถือซะว่า

ข้าพเจ้าได้อยู่บ้าน

มอบความสุขให้ครอบครัว ให้ตัวเอง

และเข้าร่วมพิธีมงคลสมรสของเจ้แล้วกันนะค่ะ

ตอนนี้ก็เหนื่อยมากแล้วจากการเดินทาง

กลับมาทำงานแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น

เหน็ดเหนื่อย และอันตราย


ขอความสวัสดีจงมาสู่ข้าพเจ้า กับการเดินทาง ทั้งบนถนน และในชีวิต

รวมไปถึงเพื่อนร่วมทางทั้งในและนอก และบนท้องถนน

เทอญ

..
สาธุ

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทำบุญ ต่อ แวะเขาสามมุข

วันนี้สลัดความเหนื่อยล้า ลุกขึ้นออกจากเตียงได้แล้วค่ะ

ช่วงที่ผ่านมางานเร่ง งานด่วน งานๆๆๆ

แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีเลยที่ทำให้อาทิตย์ก่อนหน้านี้ไม่ลุกออกไปทำบุญ

รู้สึกโกรธตัวเองที่มีเหตุผลไม่เพียงพอ แต่ก็ทำไปแล้ว

วันนี้ก็เกือบจะเหมือนอาทิตย์ก่อน

แต่สุดท้าย ก็ออกไปวัดโกมุทฯจนได้


วันนี้ข้าพเจ้าออกไปทำบุญที่วัดโกมุทฯ

การเดินทางเช่นเดิม แต่วันนี้ออกไปเช้ากว่าทุกวัน

ค่อยๆขับรถไป

ด้วยบรรยากาศเลียบหาดที่น่าวิ่งมาก

เกือบจะเปลี่ยนใจจอดรถแล้วออกกำลังกายแทนไปแล้ว

แต่วันนี้เราตั้งใจไปวัด ก็เลยตรงไปวัด

แวะซื้อกับข้าวเพื่อทำบุญ เช่นเคย

ข้าว1 กลับ1 ขนม1

น้ำและนมเตรียมไว้แล้ว

ทำบุญๆ ทุกอย่างเช่นเคย

เสร็จพิธีก็อยู่ล้างจานชามซะก่อน

สาธุ


หลังจากกลับจากวัด

ข้าพเจ้าก็ขับรถเลยออกไปที่เขาสามมุก

เพราะดีรีวิวไว้ว่าจะไป

ก็เลยไป ไหนๆอีกหน่อยก็จะถึงจุดหมายแล้ว

เป็นเขาเตี้ยๆ ลิงเยอะๆ

สุดท้ายไม่มีอะไร

ขึ้นไปตรงจุดชมวิวบนสุด

ชักภาพวิวมา 1

กับลิงน้อยกินถั่ว 1

แล้วก็ลงจากเขาตรงกลับห้อง

ก็ไม่มีอะไร

ไม่ได้ประทับใจอะไร

แค่ว่า..

มาถึงยอดเขาสามมุกแล้วล่ะ

55






วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วัดโกมุทฯ

อาทิตย์นี้ยังคงมุ่งหน้าเข้าวัดค่ะ

แม้จะมีหลายๆอารมณ์ หลายๆความคิด ความรู้สึก เข้ามาถาโถม ซัดกระดอนกระเด็น ให้รู้สึกเหนื่อยหน่าย อ่อนล้า ทั้งกายและใจ

แต่วันนี้ก็ลากตัวเองให้เข้าวัดจนได้ค่ะ

อาทิตย์นี้ยังคงปกติเช่นเคย ข้าพเจ้ากับพี่ๆไปวัดโกมุทรัตนารามกันค่ะ

และอยู่จนล้างจานเช่นเคย

อนุโมทนาบุญ สาธุ ด้วยนะค่ะ

"ขอให้ความสงบมาสู่จิตใจ"



กลับจากวัดข้าพเจ้าแวะซื้อบ๊อบบี้ ตุ๊กตาขนาดพอเหมาะให้ติดรถและนั่งร่วมเดินทางไปกับคนขับ
ข้าพเจ้ามีหนึ่งตัว เพื่อนรักอยากได้เหมือนที่ข้าพเจ้ามี อยากเอาไว้ในตำแหน่งรถเหมือนๆกัน

เราจะได้เดินทางไปด้วยกัน ตลอดไป